รวม 5 สัญญาณเตือนผ้าเบรกเสื่อมสภาพ บางลง ถึงเวลาเปลี่ยนใหม่แล้ว!

กว่าจะได้รถยนต์หนึ่งคัน ให้เราสามารถขับขี่และควบคุมทิศทางไปยังจุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัยนั้น รถยนต์ต้องประกอบด้วยชิ้นส่วนอะไหล่ เครื่องยนต์หลากหลายชิ้น และทำงานร่วมกันเป็นระบบต่อเนื่องกัน โดยที่ไม่สามารถขาดชิ้นส่วนใด ชิ้นหนึ่งไปได้ ฉะนั้นในฐานะผู้ขับขี่ เราจึงต้องคอยหมั่นตรวจเช็กสภาพเครื่องยนต์ และซ่อมบำรุงอะไหล่เมื่อเกิดการเสื่อมสภาพอยู่เสมอ อย่างการตรวจเช็กและเปลี่ยนผ้าเบรก อะไหล่ที่ทำหน้าที่กดทับจานเบรกเพื่อสร้างแรงเสียดทานให้ล้อรถหยุดหมุน ให้เราควบคุมการเคลื่อนที่ของเราได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะหยุดหรือพุ่งตรงไปข้างหน้า แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าผ้าเบรกเกิดการเสื่อมสภาพ? วันนี้เรามี 5 สัญญาณเตือนสำคัญ สังเกตได้ไม่ยาก ที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนผ้าเบรกใหม่แล้ว

เราควรเปลี่ยนผ้าเบรกตอนไหน? 

ก่อนไปถึง 5 สัญญาณเตือน จริงๆ แล้ว เราสามารถเปลี่ยนผ้าเบรกได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้เกิดปัญหากับระบบเบรกหรือช่วงล่าง โดยในตามคู่มือรถยนต์ส่วนใหญ่นั้น ควรเปลี่ยนผ้าเบรกใหม่ทุก 25,000 กิโลเมตร ซึ่งระยะนี้อาจมีช่วงเวลาต่างกัน แตกต่างกันไปตามชนิดของผ้าเบรกที่ใช้งาน ลักษณะรถยนต์ รวมถึงไลฟ์สไตล์การขับขี่ด้วย เช่น หากขับขี่ในระยะทางไกล ขับขี่ด้วยความเร็วสูง บรรทุกของหนัก หรือขับขี่ในโซนที่มีการจราจรหนาแน่น ทำให้ต้องเหยียบระบบเบรกถี่ๆ ใช้งานระบบเบรกบ่อย ก็อาจส่งผลให้ผ้าเบรกมีอายุการใช้งานที่สั้นกว่าปกติได้

5 สัญญาณเตือน ผ้าเบรก เสื่อมสภาพ บางลง 

ต่อไป ลองมาดู 5 สัญญาณเตือนที่บอกว่าผ้าเบรกเริ่มบางหรือเสื่อมสภาพลงกัน หากขับขี่หรือตรวจเช็กระบบเบรกแล้วพบอาการดังต่อไปนี้ ให้รีบเปลี่ยนผ้าเบรกใหม่โดยด่วน

1. เหยียบเบรกแล้วเกิดเสียงดัง 

เสียงเหยียบเบรกดังเอียดอาจเกิดขึ้นได้เป็นปกติในขณะที่เราขับขี่บนถนนเปียก ถนนชื้น เช่น ในกรณีที่ฝนตก หรือในเคสที่เกิดจากคราบฝุ่นเกาะติดกับผ้าเบรก แต่โดยส่วนใหญ่แล้วเสียงเหล่านี้ควรหายได้เองหลังเหยียบเบรกซ้ำ 2-3 ครั้ง แต่หากเกิดเสียงดังเอียดทุกครั้งที่เหยียบเบรกแม้ไม่ได้ขับรถบนถนนที่เปียก ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนเริ่มแรกว่า ผ้าเบรกเสื่อมสภาพ เริ่มบางลง และควรนำรถยนต์ของเราไปที่ศูนย์บริการเพื่อทำการเปลี่ยนใหม่

2. ผ้าเบรกบางลง มีความหนาน้อยกว่า 4 มิลลิเมตร

การตรวจสอบความหนาของผ้าเบรกเป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยเราเช็กคุณภาพของผ้าเบรกได้ด้วยตนเอง โดยปกติแล้ว ผ้าเบรกใหม่จากโรงงานจะมีความหนาอยู่ที่ประมาณ 10 มิลลิเมตร เมื่อใช้งานไปเรื่อยๆ ความหนาจะค่อยๆ ลดลงตามระยะทางและลักษณะการขับขี่  หากเช็กแล้วผ้าเบรกมีความหนาน้อยกว่า 4 มิลลิเมตร และก้านเบรกมีความหนาน้อยกว่า 1 มิลลิเมตร อาจแสดงว่าผ้าเบรกหมด ควรเปลี่ยนใหม่ เพื่อความปลอดภัยและป้องกันความเสียหายต่อจานเบรก

3. เหยียบเบรกแล้ว โลหะเกิดการเสียดสีกัน 

เสียงโลหะเสียดสีกันขณะเหยียบเบรกถือเป็นอีกสัญญาณเตือนสำคัญว่า ผ้าเบรกเสื่อมสภาพหรือหมดจนเหลือแต่แผ่นเหล็กของผ้าเบรกไปสัมผัสกับจานเบรกโดยตรง ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อจานเบรกและเบรกคาลิปเปอร์อย่างรวดเร็ว หากปล่อยให้โลหะสองส่วนนี้เสียดสีกันต่อไป จะทำให้ระบบเบรกเสียหายมากขึ้น และอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอะไหล่นั่นเอง

4. มีกลิ่นไหม้ ขณะที่เบรกรถยนต์ 

ผ้าเบรกที่เสื่อมสภาพ มีความบางจะเกิดการไหม้ง่ายกว่าปกติ หากระบบเบรกของเรามีความร้อนสูงเกินไป ซึ่งอาจมาจากการเหยียบเบรกบ่อยหรือแรงติดต่อกัน เช่น ขับรถลงเขา ขับขี่ในสภาพจราจรติดขัด หรือเหยียบเบรกแช่นานๆ จนทำให้ผ้าเบรกและจานเบรกเกิดความร้อนสะสมสูง และวัสดุผ้าเบรกอาจเริ่มไหม้หรือละลาย จนเกิดกลิ่นเหม็นไหม้ขึ้น ถือเป็นเคสที่มีความอันตรายสูง เพราะนอกจากระบบเบรกจะไม่เสถียรแล้ว ยังเสี่ยงเกิดไฟไหม้ลุกลามได้ด้วย

5. พวงมาลัยสั่นไปมา ขณะที่เหยียบเบรก

หากขับขี่แล้วรู้สึกว่า พวงมาลัยสั่น ควบคุมทิศทางได้ไม่มั่นคง อาจมีสาเหตุมาจาก ผ้าเบรกเสื่อมสภาพได้เช่นกัน เพราะผ้าเบรกที่บาง เกิดการสึกหรอ อาจส่งผลให้การกดทับจานเบรกไม่มีประสิทธิภาพ จับเบรกไม่เต็มหน้าสัมผัส จนส่งผลให้เกิดการสั่นสะเทือนไปยังพวงมาลัยได้ นอกจากนี้ หากผ้าเบรกหมดจนโลหะสีกับจานเบรก ก็จะยิ่งเกิดการสั่นรุนแรงและเสียงดังผิดปกติ ให้รีบตรวจเช็กโดยละเอียด และรีบเปลี่ยนซ่อมโดนด่วน

 

ระบบเบรกทำหน้าที่เป็น Safety ให้แก่การขับขี่รถยนต์ หากเราไม่มีระบบเบรกที่สมบูรณ์ อย่างการปล่อยให้ผ้าเบรกเสื่อมสภาพ สึกหรอ บางลง โดยไม่มีการตรวจเช็กและเปลี่ยนใหม่เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ก็ส่งผลให้ระบบเบรก หยุดรถของเรามีปัญหา ขับขี่ไม่ลื่นไหล ควบคุมทิศทางได้ไม่เสถียร และอาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงต่อตนเองและผู้ร่วมถนนได้ ฉะนั้นแล้วผู้ขับขี่ หรือเจ้าของรถยนต์ทุกคนควรให้ความสำคัญกับการ ‘ตรวจเช็กสภาพรถยนต์’ ไม่เพียงแค่การเปลี่ยนผ้าเบรกเท่านั้น แต่ครอบคลุมทุกอะไหล่ ทุกระบบ เพื่อให้รถยนต์เราทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ชะลอการสึกหรอ เสริมความปลอดภัยในทุกการเดินทางแบบมั่นใจ

สำหรับใครที่มองหาศูนย์บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ Autobacs – ออโต้แบคส์ ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร มาตรฐานอันดับ 1 จากญี่ปุ่น ยินดีให้บริการ เรามีทีมช่างผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ ให้บริการตรวจเช็กอะไหล่ครอบคลุม 25 รายการ พร้อมเปลี่ยนและซ่อมบำรุงทันทีหากอะไหล่และระบบรถยนต์เกิดปัญหา อุ่นใจในทุกการเช็กสภาพ สอบถามเพิ่มเติมและเช็กโปรโมชัน โทร. 065 504 8000 Facebook: Autobacs Thailand หรือดูข้อมูลที่ https://www.autobacs.co.th